ดิเอโก ซิเมโอเน : อดีตแข้งแบดบอยปลุก แอตฯ มาดริด สู่ทีมเบอร์ 1 สเปนได้อย่างไร ?

แอตเลติโก มาดริด กลายเป็นแชมป์ของ ลา ลีกา สเปน ในฤดูกาล 2020-21 ได้อย่างมากใหญ่ ด้วยการก้าวพ้นจากเงาของ บาร์เซโลนา รวมทั้ง เรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี รวมทั้งคนที่พาทีม ยี่ห้อหมี วิ่งชนการบรรลุผลยังเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนเดิมอย่าง ดิเอโก ซิเมโอเน

กุนซือชาวอาร์เจนไตน์คนนี้ คือคนที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก ยิ่งกว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา หรือแม้กระทั้ง เยอร์เก้น คล็อปป์ … จากฐานเงินเดือนนั้นเราจะตามไปดูกันว่า ซิเมโอเน ทำอะไรบ้างในวันแล้ววันเล่า รวมทั้งเขาทำให้ทีมที่เคยเป็นได้เพียงแค่ตัวตัดแต้มใน ลา ลีก้า กลายเป็นแชมเปี้ยน 2 ยุคได้อย่างไร ?

เราห้าว…รวมทั้งห้าวกับทุกเรื่อง

ยุคที่ ดิเอโก สิเมโอเน ยังเป็นนักฟุตบอล เขาคือมิดฟิลด์สายฮาร์ดแมนคนหนึ่ง สไตล์การเล่นดุเดือด เพียรพยายามทำลายเกมรุกคู่แข่งขัน รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่เป็นขุมพลังดินแดนกึ่งกลางของทีม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน, ลาสิโอ หรือ แอตฯ มาดริด
นักฟุตบอลจากค้างแร็คเตอร์ดังที่กล่าวมาแล้วมักจะเป็นคนที่ควบคุมยาก มีความเชื่อในแบบของตน หรืออาจจะมีความประพฤติปฏิบัติแปลกๆที่ไม่ค่อยยอมผู้ใด พวกเขาถูกมองว่ามีความเป็นแบดบอยจากสไตล์การเล่นในสนาม … รวมทั้งดูเหมือนว่า สิเมโอเน ก็เป็นคนชนิดนั้น

เบื้องต้นของ สิเมโอเน เป็นคนที่ไม่อ้อมค้อมก มักจะกล่าวในบางสิ่งที่บางทีก็อาจจะไม่ถูกหูบางบุคคล รวมทั้งนั่นคือวิถีทางของเขานั่นคือ “เชื่อถือในแนวความคิด และไม่สนคำวิพากษ์วิจารณ์” ความเที่ยงตรงนี้เองได้ส่งทอดมาถึงวันที่เขาเปลี่ยนแปลงสถานะจากนักฟุตบอลมาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล สิเมโอเน ไม่เคยปล่อยให้ผู้ใดใหญ่กว่าเขา ไม่ว่าสมาชิกจะใหญ่มาเบอร์ไหนเขาไม่สนใจเลยสักนิด กล่าวอีกนัยหนึ่งนักฟุตบอลคนนั้นจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากเขาแน่ ถ้านักฟุตบอลคนนั้นไม่แสดงความเป็นมืออาชีพออกมา

ซิเมโอเน เริ่มอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอลในลีกประเทศอาร์เจนตินาถิ่นกำเนิด ซึ่งในลีกบอลอเมริกาใต้นั้นทุกคนเข้าใจกันดี นักฟุตบอลยังไม่ได้มีความเข้มข้นทางระเบียบมากมายเหมือนกับในระดับลีกใหญ่ๆของยุโรป เรามักจะได้ยินเรื่องเล่าของกรุ๊ปนักฟุตบอลจากบราซิล, ประเทศอาร์เจนตินา รวมทั้งชาติต่างๆในแถวนี้ โดยเฉพาะกรุ๊ปนักฟุตบอลอายุมากมายที่เคยประสบผลสำเร็จมาแล้ว รวมทั้งย้ายกลับมาเล่นยังถิ่นกำเนิด พวกเขามักจะไม่ค่อยเชื่อในกฎรวมทั้งสิ่งที่ห้ามของชมรม

อย่างไรซิ?! “เอ็มบัปเป” เผยตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า “เปแอสเช ใช่จริงเหรอ?”

คีเลียน เอ็มบัปเป ซูเปอร์วันเดอร์คิดชาวฝรั่งเศส ออกมาเห็นด้วยตามจริงว่า ถามให้กับตนเองแต่ละวันว่า “ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นสมาคมที่ดีสุดสำหรับเขาแล้วจริงหรอ?”

“สำหรับเรื่องของอนาคต ผมไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบเลย แค่บากบั่นเลือกทำในสิ่งที่ถูกมากสุดให้ได้ก่อนเป็นพอเพียง แน่ๆว่ามันยาก แต่ถ้าหากมีอะไรที่ทำให้เติบโตขึ้นได้ทั้งในแง่ชีวิตรวมทั้งจิตใจ ผมจะคว้าไว้ทันที” เอ็มบัปเป กล่าวกับ France Football


“ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นสมาคมบอลที่ทำให้ผมรู้สึกได้จริงๆว่าถูกใจชีวิตปัจจุบันนี้ของตัวเองมาก ทุกอย่างดีเลิศไปหมด แต่ผมยังสงสัยรวมทั้งถามอยู่แต่ละวันว่า ที่นี่เป็นดีสุดส่วนตัวเราแล้วจริงๆน่ะหรอ?”

“บอกก่อนนะว่าผมเองก็ยังมิได้คำตอบกับประเด็นนี้แบบเดียวกัน แต่ที่มั่นใจก็คือ สมาคมแห่งนี้วางโปรเจ็คต์อนาคตเอาไว้แจ่มแจ้งสวยงามมาก รวมทั้งการที่ผมเลือกอยู่ต่อหรือย้ายออก จะสร้างความแตกต่างให้กับแผนงานนี้อย่างมากมายจนถึงเกือบจะเป็นคนละเรื่องเลย”

“อย่างไรก็ดี ทั้งผู้จัดการทีมรวมทั้งฝ่ายบริหารต่างทราบกันดีว่าผมรู้สึกยังไง แม้จะยังไม่เคยพูดอะไรเลย แต่พวกเขาคนจำนวนไม่น้อยเคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก็เลยรับทราบได้เองอัตโนมัติ”

“การจะก้าวขึ้นเป็นนักฟุตบอลที่เก่งสุดในโลก คุณจำต้องออกไปพิสูจน์ตนเองบนเวทีที่ใหญ่มากยิ่งกว่านี้ สำคัญเป็นต้องเป็นผู้ชนะที่ใสสะอาดรวมทั้งแสดงให้เห็นถึงคลาสอันเด่นอย่างแท้จริงอีกด้วย”

ไม่เคยลืม! “กุนโดกัน” มอบเงิน 11 ลบ. ให้ทีมสมัยเด็กไปสร้างสนามใหม่

อิลคาย กุนโดกัน กองกลางกลุ่มชาติเยอรมนีของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มอบเงินโบนัสที่ได้จากต้นสังกัด กรณีการคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลปัจจุบัน ให้กับสโมสรในวัยเด็กที่บ้านเกิด

ตามข่าวสารระบุว่า จอมบุกวัย 30 ปี ได้มอบเงินให้กับ เฮสส์เลอร์ 06 สโมสรท้องถิ่นในเมืองเกลเซนเคียร์เชน ปริมาณ 300,000 ยูโร หรือกว่า 11 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ของกลุ่ม
สำหรับกุนโดกันเกิดและก็โตที่เยอรมนี โดยมีเชื้อสายตุรกีจากฝั่งคุณปู่ เริ่มเล่นฟุตบอลกับ เฮสส์เลอร์ 06 ตั้งแต่ 3-8 ขวบ ก่อนจะโดน ชาลเก้ 04 ดึงไปปั้น 1 ปี แล้วกลับมาอยู่กับ เฮสส์เลอร์ 06 ต่อจนกระทั่งอายุ 14 ปีแล้วต่อจากนั้นเจ้าตัวได้ประเดิมเกมอาชีพครั้งแรกกับ โบคุ่ม แล้วจึงย้ายไปสร้างชื่อ เนิร์นกางร์ก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึงมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมจอมทะนงตัวของ อาแอส โรม่า

โชเซ มูรินโญ กุนซือจอมเย่อหยิ่งของ อาแอส โรม่า กล่าวว่าความพ่ายแพ้ของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดหมายชิงชนะเลิศ ค้างราบาว คัพ นับว่าตนคว้ามาได้ครึ่งแชมป์

มูรินโญ เข้ามารับงานเป็นกุนซือ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในช่วงปลายปี 2019 แต่ปฏิบัติงานได้เพียงแต่ 18 เดือนก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง

กุนซือชาวโปรเหม็นตุกีสถูกปลดเพียงแต่ไม่กี่วันก่อนจะถึงนัดหมายชิงชนะเลิศ ค้างราบาว คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งท้ายที่สุดจบด้วยการที่ สเปอร์ส แพ้ไป 0-1

ปัจจุบัน มูรินโญ กล่าวว่า “แม้คุณต้องการที่จะให้ผมแสดงความมั่นใจ ก็ลองถามดูสิว่าผมคว้ามาแล้วกี่แชมป์ตลอดอาชีพกุนซือ”

“ผมจะตอบคุณว่า ผมคว้ามาแล้ว 25 แชมป์ครึ่ง ครึ่งแชมป์ที่ว่าคือสำหรับนัดหมายชิงฯที่ผมพลาดกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปนั่นแหละ”

ลาซิโอ คว้า “ซาร์รี” นั่งกุนซือคนใหม่

ลาซิโอ ได้ผู้จัดการทีมฟุตบอลใหม่แล้วด้วยการดึง เมาริซิโอ ซาร์รี สมัยก่อนผู้จัดการทีมฟุตบอลของ ยูเวนตุส เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมมอบคำสัญญายาว 2 ปี

ลาซิโอ เปิดตัว เมาริซิ ซาร์รี กุนซืคนใหม่ โดยมีการเซ็นสัญญาคุมทีมระยะเวลาสองปีกันไปเรียบร้อยแล้ว

ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 62 ปีย้ายมาอยู่กับ ลาซิโอ ให้ข้างหลัง ซิโมเน อินซากี ออกจากตำแหน่งเพื่อไปรับงานคุม อินเตอร์ มิลาน ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้

ซาร์รี ไม่มีงานทำมานับตั้งแต่โดน ยูเวนตุๆส ไล่ออกจากตำแหน่งในส.ค. 2020 จากที่ตกรอบ 16 ทีมในที่สุดในแชมเปียนส์ลีก

ก่อนหน้านั้น ซาร์รี ผ่านการคุมมาหลายสโมสรในลีกข้างล่างๆก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่เซเรีย อาด้วยการพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นในปี 2014 แล้วก็ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นจนส่งผลให้เขาได้คุม นาโปลี

เขาพาให้ นาโปลี มีลุ้นแชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลแรกที่คุมและก็หวิดจะได้แชมป์ในฤดูกาล 2017-18 แต่ว่าโดน ยูเวนตุส แทรกคว้าชัยชนะไปแค่เพียง 4 แต้มเท่านั้น

ในที่สุด ซาร์รี เก็บข้าวของเครื่องใช้ย้ายไปคุม เชลซี ในซัมเมอร์นั้นและก็พาทีมจบในอันดับ 3 ของตารางรวมถึงคว้าชัยชนะยูโรปาลีก

ผู้ฝึกสอนชาวอิตาลีจบลงด้วยการย้ายกลับสู่อิตาลีเพื่อคุม “ม้าลาย” และก็คว้าชัยชนะเซเรีย อา สำเร็จ รวมถึงเข้าชิงโคปาอิตาเลีย

ไม่ธรรมดา! สื่อเปิดเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์สินอื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส สมาคมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมเปิดเผยของเกาะอังกฤษ เผยว่าเธอมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตามึงรม มากถึง 29,587 ปอนด์ (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์ 1 ครั้ง


โดย อินสตามึงรมของแฟนสาวยอดหน้าแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน และนับว่าเป็นช่องทางสำหรับการโปรโมทตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะทุกโพสต์จะมีแฟนๆมาแห่กดไลค์กันมาก

แม้กระนั้นมูลค่าดังกล่าวยังถือว่าเป็นรอง ชากิร่า ภรรยาสาวของ หนวดเคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า และ วิคตอเรีย ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตนักเตะซูเปอร์สตาร์ แบบมองไม่เห็นฝุ่นละออง


สำหรับ แม่วัย 25 ปี กำเนิดและโตที่ประเทศสเปน ซึ่งเธอเคยดำเนินการด้านแฟชั่น ก่อนคบกับหน้าแข้งดัง และมีลูกด้วยกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ก่อนหน้านี้ชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า นอกจากนี้เธอยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ดาวยิงหมายเลข 7 แห่งกองทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 เดือนมิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักข้างในฤดูกาลเดียวกัน อีกทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในซีซั่นเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแม้กระนั้นบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมทีมบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก และได้เสริมทัพศูนย์หน้ามีชื่อเสียงอย่างหฝ่าส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ และลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานแผงหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับซีซั่นแรกของเอ็นริเก้ ยืนยันครอบครองแชมป์ลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด แล้วหลังจากนั้นก็ครอบครองแชมป์โคขว้าง เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลว่ากล่าวก บิลค่อย และยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก พบกับยูเวนตุๆส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิว่ากล่าวช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แม้กระนั้นในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนตุๆส ก่อนที่จะซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง และเนย์มาร์ ก็ทำแต้มปิดท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนตุๆส 3 – 1
บาร์เซโลน่า ครอบครองแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 และเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ครั้ง


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 โน่นเป็น 3 แผงหน้า “MSN” ที่ทำประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงทำประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองป้องกันแชมป์ลาลีกา และโคปาเดล เรย์ รวมถึงครอบครองแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

OnThisDay 6 เดือนมิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักข้างในฤดูกาลเดียวกัน อีกทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในซีซั่นเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแม้กระนั้นบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมทีมบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก และได้เสริมทัพศูนย์หน้ามีชื่อเสียงอย่างหฝ่าส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ และลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานแผงหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับซีซั่นแรกของเอ็นริเก้ ยืนยันครอบครองแชมป์ลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด แล้วหลังจากนั้นก็ครอบครองแชมป์โคขว้าง เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลว่ากล่าวก บิลค่อย และยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก พบกับยูเวนตุๆส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิว่ากล่าวช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แม้กระนั้นในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนตุๆส ก่อนที่จะซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง และเนย์มาร์ ก็ทำแต้มปิดท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนตุๆส 3 – 1
บาร์เซโลน่า ครอบครองแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 และเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ครั้ง


แน่นอนว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 โน่นเป็น 3 แผงหน้า “MSN” ที่ทำประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงทำประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองป้องกันแชมป์ลาลีกา และโคปาเดล เรย์ รวมถึงครอบครองแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับเพื่อการแข่งขันบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เว้นเสียแต่ตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลคนไม่ใช่น้อยมีความสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มต้นนี้ ต้องบอกว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสคว้ารางวัลแห่งเกียรตินี้ไปครอบครอง วันนี้พวกเราจึงต้องการพาคนอ่านทุกคนลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีผู้ใดกันที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาซิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินซิเญ ดาวยิงจากที่นาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความคาดหมาย แม้กระนั้นก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของหงส์แดงเองก็ชอบทำก้าวหน้าสำหรับเพื่อการรับใช้ชาติอย่างเดียวกัน
ตุรกี : อาจจะต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสฤดูกาลปัจจุบันอย่าง ยูซุฟ ยาซิซี ที่ทำไป 14 ประตูและ บูรัค ยิลมาซ ดาวยิงรุ่นเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้
เวลส์ : คงจะเป็นผู้ใดกันไปไม่ได้เว้นเสียแต่ความคาดหมายอันสูงสุดของประเทศอย่าง แกเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูจะเร่าร้อนขึ้นมาเล็กน้อย ภายหลังจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้อาจจะต้องจับตามองไปที่ โรเมลู ลูกาเรา ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แม้กระนั้นก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : ต้องบอกว่าปีนี้ดูจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างสะดุดตา แม้กระนั้นสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุยงสซุฟ โพลเซน จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์ และ คาสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความคาดหมายสำหรับเพื่อการถล่มประตูได้อยู่บ้าง ไหมแน่ คริสเตียน เอริกเซน ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่มบางทีอาจจะคืนฟอร์มเก่งหามกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าจับตามอง 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช ซิตี้ ไปถึง 26 ประตู และ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้เสร็จ
รัสเซีย : ยังคงต้องหวังพึ่งหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ผ่านมา แม้กระนั้น พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานก้าวหน้ากับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อเล็ก มิรันชุค จากอตาลันตา และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปไม่ได้อย่างเดียวกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้ต้องบอกว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีมากมายอีกทั้ง เมมฟิส เดปาย ตัวความคาดหมายอันดับหนึ่ง, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แผงหน้าจากเฟเยนูร์ด และ วูท เวกฮอร์สต์ ดาวยิงจากโอ้อวดล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความคาดหมายในดินแดนหน้าปีนี้คงจะเป็น ซาซา คาลาจ์ดซิช หัวหอกเนื้อหอมจากสตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสตอฟ บวมการ์ทเนอร์ และ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าสะพรึงกลัวอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ดาวยิงจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และที่จำเป็นเลยเป็น วิคตอร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาซิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกรุ่นเก๋าที่เลื่องลือในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่แม้ตอนนี้ในวัย 37 ปี แม้กระนั้นก็ยังคงค้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่นอนว่าดาวยิงอันดับหนึ่งอาจจะต้องฝากความคาดหมายไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างเช่นเดียวกันถ้าหากสามารถชนะใจ แกเร็ธ เซาธ์เกต และยึดตำแหน่งตัวจริงมาครอบครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกครั้งปัจจุบันยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และ นิโกลา วลาซิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความคาดหมายในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : น้องใหม่หน้าเก่านำทัพโดย เช อดัมส์ แผงหน้าจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้เป็น แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่ตกเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


ประเทศสเปน : ทัพวัวกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้เป็น อัลบาโร โมราตา จากยูเวนตุส และ เคราร์ด โมเรโน ดาวยิงจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มปัจจุบัน ที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียส่วนใหญ่ ที่พอจะเป็นไปได้ก็ดังเช่นว่า เฟร์รัน ตอร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, มิเกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และ ดานี โอลโม จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์
โปแลนด์ : จะเป็นผู้ใดกันไปไม่ได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทพอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
ประเทศสวีเดน : แม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวหามอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แม้กระนั้นพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าสนใจอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ดาวยิงจากเรอัล โซเซียดาด และ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกโด่งดังอีกทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของแอร์เบ ไลป์ซิกข์ และ เดจนกระทั่ง คูลูเซฟสกี ของยูเวนตุสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบทั้งหมดโดยมีตัวความคาดหมายในดินแดนหน้าเป็น อิวาน เฒ่านซ์ จากยาโบลเนช และ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี วัวโลญจน์

กรุ๊ป F


ฝรั่งเศส : 2 ตัวความคาดหมายอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวครั้งที่แล้ว และแน่นอน คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแผงหน้าจากกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แม้กระนั้น พวกเขายังมี คาริม เบนเซมา และ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสถล่มประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้อย่างเดียวกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าแปรไปพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และ เควิน โฟลลันด์ เป็นช่องทางในตำแหน่งเลข 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นที่น่าสนใจก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 แข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในช่วงหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่นอนผู้ที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร ซิลวา แผงหน้าฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากหงส์แดง รวมถึงน้องใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยอย่างเดียวกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความคาดหมายพร้อมกับแผงหน้ารุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่คงจะส่งผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษข้างหลังเดี้ยง คาดพัก 6 สัปดาห์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แผงหลังจาก ลิเวอร์พูล จำต้องถอนตัวออกจากกลุ่มชาติอังกฤษภายหลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามฉีกจนขาดในเกมอุ่นเครื่องที่เจอกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามรายงานจาก ลิเวอร์พูลเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับช่องทางให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์ที่กลุ่มชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังกล่าว เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บจนถึงจำต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมสิงโตขู่คำรามได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า เขาหวังว่าลักษณะของดาวเตะ ลิเวอร์พูล จะไม่หนักหนาอย่างที่คิด

อย่างไรก็แล้วแต่รายงานปัจจุบันจาก พอล จ๊อยซ์ ผู้สื่อข่าวมีชื่อจาก เดอะไทมส์ ระบุไว้ในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา ลิเวอร์พูล จำต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษแล้วหลังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ ลิเวอร์พูล จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษ ผลสแกนได้ทำให้เห็นว่า

มีลักษณะเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะทำให้เขาจำต้องพักราว 6 อาทิตย์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังบอกว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกจากแค้มป์เก็บเนื้อเก็บตัวของกลุ่มสิงโตขู่คำรามแล้ว และก็ แกเร็ธ เซาธ์เกต กำลังพิเคราะห์ดึงนักฟุตบอลที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-แพรวพราวส์ และก็ เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์สูงที่สุดเดี๋ยวนี้